ลิเวอร์พูล ชื่อนี้อาจจะคุ้นหูแฟนบอลหลายๆ คนเพราะเป็นทีมที่ประวัติศาสตร์อันยาวนาน ครองความยิ่งใหญ่ในช่วงยุค 70 และ 80 และเป็นทีมที่มีฐานแฟนบอลอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้พวกเขาต้องผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย นับตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งสโมสร จนถึงปัจจุบัน

 

ลิเวอร์พูล เป็นสโมสรที่ถูกสร้างขึ้นมาโดย จอห์น โฮลดิ้ง ซึ่งตอนนั้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานสโมสรเอฟเวอร์ตัน และเป็นเจ้าของที่ดินตรง “แอนฟิลด์” ซึ่งเป็นที่ตั้งสนามเหย้าของ “หงส์แดง” ในปัจจุบัน โฮลดิ้ง มีข้อพิพาทอย่างรุนแรงกับคณะกรรมการของเอฟเวอร์ตัน ซึ่งเรื่องจบลงที่ โฮลดิ้ง เป็นฝ่ายเดินจากไปก่อนจะมาตั้งสโมสรแห่งใหม่ขึ้นในแถบ แอนฟิลด์ ในตอนแรกใช้ชื่อว่า “Everton F.c. and Athletic Grounds ltd” ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น ลิเวอร์พูล ในเดือนมีนาคม ปี 1892 จากนั้นจึงเข้าร่วมในการแข่งขัน แลงคาเชียร์ ลีก และได้แชมป์ทันทีแม้ว่าเพิ่งจะตั้งสโมสรได้ไม่นาน ก่อนได้รับเลื่อนมาเล่นในดิวิชั่นและดิวิชั่น 1 ตามลำดับ

 

ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในฤดูกาล 1900 – 1901 จากนั้นผลงานของทีมถือว่าลุ่มๆ ดอนๆ มาโดยตลอด แม้ว่าจะได้แชมป์ลีกอีก 2 สมัยติดต่อกันในฤดูกาล 1921 – 1922 และ 1922 – 1923 แต่ภาพรวมของทีมไม่ได้ถือว่าประสบความสำเร็จแต่อย่างใด จนกระทั่งทีมตกชั้นไปสู่ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1953 – 1954 ทีมเริ่มร่วงสู่ความล้มเหลวจนกระทั่งการเข้ามาของ บิล แชงคลี่ย์ ในปี 1959 สิ่งแรกที่เขาทำคือปล่อยนักเตะถึง 24 คนออกจากทีมแล้วสร้างทีมขึ้นมาใหม่ จนสามารถกลับมาสู่ลีกสูงสุดได้อีกครั้งในปี 1962 จากนั้นความสำเร็จของ “หงส์แดง” ภายใต้การคุมทีมของ แชงคลี่ย์ ก็หลั่งไหลเข้ามา

แชมป์ลีก 3 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย คือสิ่งที่ยอดผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ บันดาลให้กับ ลิเวอร์พูล ก่อนที่เขาจะลงจากตำแหน่งทิ้งให้ บ็อบ เพรสลี่ย์ เป็นคนเข้ามาสืบสานตำนานความสำเร็จต่อ ในยุคของ เพรสลี่ย์ ลิเวอร์พูล มีนักเตะชื่อดังมากมายอาทิเช่น เรย์ คลีย์เมนซ์, เอ็มลีน ฮิวจส์, เควิน คีแกน, ฟิล ธอมป์สัน และ เอียน คัลลาแกน พวกเขาพุ่งเข้าชนความสำเร็จเป็นว่าเล่น และได้กลายเป็นทีมอันดับ 1 ของประเทศอังกฤษในเวลานั้น รวมถึงในสโมสรยุโรป ลิเวอร์พูล ได้รับการยกย่องให้เป็นเต็ง 1 แทบจะทุกปีที่พวกเขาลงเล่น

หลังจบฤดูกาล 1983 – 1984 บ็อบ เพรสลี่ย์ ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ปล่อยให้ผู้สืบทอดอย่าง โจ ฟาแกน เข้ามารับงานต่อ จากนั้นในปี 1985 ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูโรเปี้ยนคัพ โดยเจอกับ ยูเวนตุส จาก อิตาลี และได้เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้นเมื่อแฟนบอลของทั้งสองทีมได้ปะทะกันจนมีผู้เสียชีวิตในครั้งนั้น 39 ราย ส่วนมาเป็นแฟนบอลจากอิตาลี เหตุสลดครั้งนั้นถูกเรียกว่า “โศกนาฏกรรมเฮย์เซล” จากนั้น ฟาแกน ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง และให้ เคนนี ดัลกลิช ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้เล่น-ผู้จัดการทีม

ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของดัลกลิช ยังคงเดินหน้าคว้าแชมป์เป็นว่าเล่น แต่ในปี 1989 ได้เกิดเรื่องน่าเศร้าอีกครั้งในเหตุการณ์ที่เรียกว่า “โศกนาฏกรรมฮิลล์โบโรห์” ในครั้งแฟนบอล “หงส์แดง” เสียชีวิตไปมากกว่า 100 คนจากการโดนเบียด โดนเหยียบในการแข่งขันเอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ หลังจากยุคของดัลกลิช เข้าสู่ยุค 90 ลิเวอร์พูลห่างหายกับความสำเร็จแม้พวกเขาจะได้แชมป์ฟุตบอลด้วยบ้างก็ตามแต่สิ่งที่แฟนบอลต้องการคือแชมป์ลีกสูงสุด

จนกระทั่ง เจอร์เกน คล็อปป์ เข้ามาคุมทีมในปี 2015 แฟนบอลหลายคนเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง คล็อปป์ ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของทีม นำนักเตะฝีเท้าเข้ามามากมายอาทิเช่น โม ซาล่าห์, เวอร์จิล ฟาน ไดค์ และ อลิสซอน เบเกอร์ ลิเวอร์พูล กลับมาครองความยิ่งใหญ่ในทวีปยุโรปอีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2018 – 2019 และในปีถัดมา 30 ปีที่แฟน “หงส์แดง” รอคอยก็สิ้นสุดลงพวกเขากลับมาครองแชมป์ลีกสูงสุดได้อีกครั้ง ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล อยู่ในช่วงเตรียมทีมเพื่อป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก ในการแข่งขันฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง

เกียรติประวัติ

ถ้วยจำลองยูโรเปียนคัพจำนวน 4 ใบ ซึ่งลิเวอร์พูลได้จากการชนะเลิศตั้งแต่ปี ค.ศ. 1977 ถึง 1984 ได้รับการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ของสโมสร
อังกฤษ ระดับประเทศ

ดิวิชันหนึ่ง/พรีเมียร์ลีก

ชนะเลิศ (19): 1900–01, 1905–06, 1921–22, 1922–23, 1946–47, 1963–64, 1965–66, 1972–73, 1975–76, 1976–77, 1978–79, 1979–80, 1981–82, 1982–83, 1983–84, 1985–86, 1987–88, 1989–90, 2019–20

ดิวิชันสอง

ชนะเลิศ (4): 1893–94, 1895–96, 1904–05, 1961–62

เอฟเอคัพ

ชนะเลิศ (7): 1964–65, 1973–74, 1985–86, 1988–89, 1991–92, 2000–01, 2005–06

อีเอฟแอลคัพ

ชนะเลิศ (8): 1980–81, 1981–82, 1982–83, 1983–84, 1994–95, 2000–01, 2002–03, 2011–12

แชริตีชีลด์/เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์

ชนะเลิศ (15): 1964*, 1965*, 1966, 1974, 1976, 1977*, 1979, 1980, 1982, 1986*, 1988, 1989, 1990*, 2001, 2006

(*แชมป์ร่วม)

เชอริฟฟ์ออฟลอนดอนชาริตีชีลด์

ชนะเลิศ (1): 1906

 

ยุโรป ระดับทวีปยุโรป

 

-ยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
ชนะเลิศ (6): 1976–77, 1977–78, 1980–81, 1983–84, 2004–05, 2018–19

-ยูฟ่าคัพ/ยูฟ่ายูโรปาลีก
ชนะเลิศ (3): 1972–73, 1975–76, 2000–01

-ยูฟ่าซูเปอร์คัพ
ชนะเลิศ (4): 1977, 2001, 2005, 2019

โลก ระดับโลก

-ฟีฟ่าคลับเวิลด์คัพ
ชนะเลิศ (1): 2019

-ชนะเลิศสองรายการและสามรายการ

สองรายการ:[note 1]

-ลีกและเอฟเอคัพ (1): 1985–86

-ลีกและลีกคัพ (2): 1981–82, 1982–83

-ลีกและยูโรเปียนคัพ (1): 1976–77

-ลีกและยูฟ่าคัพ (2): 1972–73, 1975–76

-ลีกคัพและยูโรเปียนคัพ (1): 1980–81

-สามรายการ:[note 1][189]

-ลีก, ลีกคัพ และยูโรเปียนคัพ (1): 1983–84

-เอฟเอคัพ, ลีกคัพ และยูฟ่าคัพ (1): 2000–01

การแข่งขันที่มีช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น เอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์หรือยูฟ่าซูเปอร์คัพ จะไม่นับรวมกับแชมป์รายการอื่น ๆ

อ้างอิง

https://th.wikipedia.org/wiki/สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล